Thursday, December 4, 2014

นักเรียนไทย..อยากทำงานที่อเมริกาอย่างถูกกฎหมาย!

นักเรียนไทยที่มาที่อเมริกา อยากทำงานหารายได้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน และต้องการทำงานอย่างถูกกฎหมาย ทำได้ค่ะ!

แล้วต้องทำยังไงล่ะ?
เราต้องมี Social Security Number (SSN) ก่อนค่ะ


อะไรคือ SSN?
เบสท์ให้คำนิยามของเจ้าบัตรนี้ว่า "บัตรทำงานต่างด้าว" ค่ะ เจ้านี่จะเป็นส่ิงที่แสดงว่า เราเป็นผู้ทำงานอย่างถูกกฎหมาย โดยทางนายจ้างจะหักภาษีจากรายได้เราให้กับทางรัฐเลย 20%

อ่าว! แล้วงี้จะเอาเจ้านี่มาหักเงินเราเล่นทำไมล่ะเนี่ย???

แต่แล้วเบสท์ก็ค้นพบว่า เจ้านี่มีข้อดีหลายอย่างเลย.. นอกจากจะทำงานถูกกฎหมายแล้ว เรายังสมัครงานร้านฝรั่งได้ ทำงานในโรงเรียนหรือมหาลัยได้ ทำใบขับขี่ได้ เปิดเครดิตการ์ดได้ และที่สำคัญเปิดเบอร์โทรศัพท์ในชื่อตัวเองได้ (ถ้าซื้อ iphone6 แล้วสมัครโปรโมชั่น 2 ปีกับทางค่ายโทรศัพท์ จะได้ราคา $299 จ่ายค่าโทรต่อเดือนก็ถูกลง) อาจมีอย่างอื่นอีกที่เบสท์ไม่รู้
อ่อ.. แล้วเมื่อเราเกษียร จะได้รับเงินเลี้ยงดูจากทางรัฐบาลอเมริกันด้วย:)

นักเรียนที่อยากได้ SSN ต้องทำไง?

หากคุณเป็นนักเรียนที่ถือวีซ่า F-1, M-1, or J-1 (เบสท์ถือ F-1 เผื่ออยากรู้๕๕) ให้ทำตามขั้นตอนนี้นะคะ เบสท์สรุปขั้นตอนจากประสบการณ์ที่เบสท์ไปทำบัตรมาด้วยตัวเอง

1) หางานก่อนค่ะ งานที่ทางนายจ้างจะช่วยเขียนจดหมายขอ SSN ให้เราได้
เช่น โรงเรียนภาษาของเบสท์ เปิดโปรแกรมฝึกงานการตลาด (Marketing Internship Program) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ให้โอกาสนักเรียน BIA ทุกคนที่สนใจ และจะเลือกมา 4-5คน เท่านั้น เราเลยรีบส่งใบสมัครเลยจ้า ซึ่งต้องเขียน Cover letter & Resume เราก็ใช้ความรู้สดๆจากห้องเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อน มาเขียนประวัติสวยๆส่ง โรงเรียนก็รับเข้างานด้วย!
จากนั้น BIA ก็เสนอว่า ถ้าอยากทำ SSN เขาจะช่วย เราก็งงว่ามันคืออะไร ไปถามอากู๋กูเกิลและคนรู้จักทั้งไทยและต่างชาติ เห็นข้อดีมากมายเลย..ตกลง!!!!

2) นายจ้างออกจดหมายให้ ระบุ
  • ตำแหน่งงาน
  • วันเริ่มงาน
  • จำนวนชั่วโมงทำงาน และค่าจ้าง เช่น 4hours/week, Rate: $10.00
  • ชื่อนายจ้าง และ เบอร์โทรนายจ้าง

3) เตรียมหลักฐานดังนี้
๑) Passport หรือสิ่งที่ระบุตัวเราได้ (มีชื่อกับรูป)
๒) I-20 เป็นเอกสารที่ระบุว่า เราเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในสหรัฐ
๓) จดหมายจากนายจ้าง
๔) โหลด Application จากเว็บมากรอกและปริ้นไปด้วย จะได้ไม่เสียเวลาทั้งตัวเองและคนอื่นๆที่นั่งรอคิวเรา เบสท์แปะลิงก์หน้าตาใบ app ไว้ให้ด้วย -->  http://www.ssa.gov/forms/ss-5.pdf












4) ไปสำนักงาน Social Security Administration ด้วยตัวเอง

สำนักงาน Social Security Administration

กดใบต่อคิวและนั่งรอเขาเรียก

5) เจ้าหน้าที่ตรวจหลักฐาน แล้วเขาจะถามประเภทวีซ่า เคยทำ SSN มาก่อนรึเปล่า จากนั้นก็นั่งรอเขาพิมพ์ข้อมูลจากเอกสารเราลงคอม
6) รับหลักฐานคืนทุกอย่าง ยกเว้น Application และเขาจะให้จดหมายใบนี้มาค่ะ ว่าเราจะได้ SSN ภายใน 2 สัปดาห์
*ขอเซ็นเซอร์ที่อยู่นะคะ เพราะเป็นบ้านของคุณป้า


เมื่อสัปดาห์ก่อนได้รับจดหมายมาแล้ว ตอนนี้เบสท์ก็มี SSN เป็นของตัวเองแล้วค่ะ ทำงานถูกกฎหมายแล้วนะคะ! ขอบคุณโรงเรียน BIA ค่ะ เย่ๆ^^

นอกเรื่อง :)

ตรงนี้ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับ SSN ของเรา แต่อยากเล่าเรื่องการเดินทางไปสำนักงานเล็กๆ นะคะ


BIA แนะนำให้ไปสาขา Cambridge (หมุด A)

เบสท์ต้องนั่งบัส 66 จากหน้าบ้าน ไปลง Harvard U แล้วก็เดินลงไปสถานีรถใต้ดิน เพื่อต่อบัส 74 หรือ 78 ก็ได้

สถานีรถ Harvard

สถานี Harvard จะมีทั้งรถไฟ และ บัส นะคะ ขวามือจะเป็นรถไฟ ซ้ายมือเป็นบัสค่ะ 
ศูนย์กลางสถานี Harvard






หน้าประตูจะมีตารางบัสให้ดูด้วย



พอเข้าประตูมาก็หาหมายเลขบัส 74 หรือ 78 แล้วยืนรอเวลาไป



เอาลิงก์ทำ SSN มาฝากนะคะ --> http://www.ssa.gov/ssnumber/

Tuesday, November 18, 2014

บ้าน?

ที่ตั้งชื่อโพสนี้ว่า "บ้าน?" แล้วมี "?" อยู่ด้วย เพราะเบสท์ย้ายบ้านบ่อยมากกกกกกกกกก พูดได้ว่าไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่งสักที ดังนั้นประสบการณ์การหาบ้านย้ายบ้าน บอกเลยว่า.. โชกโชนมาก ฮ่าๆ

เบสท์อยู่ที่บอสตันตั้งแต่ต้นเมษา14 ตอนนี้ก็ 7 เดือนแล้ว บ้านปัจจุบันของเบสท์เป็นบ้านที่ 4 แล้วค่ะ และตอนนี้กำลังหาบ้านหลังที่ 5 ให้ได้ ก่อนหิมะจะมา ก็คือภายในเดือน ธค. และอีกอย่างคือเจ้าของกำลังจะขายบ้าน!

ปกติคนย้ายบ่อยมั้ย?
ไม่เลย ปีนึงย้ายที ไม่ก็อยู่ไป 2-3 ปีหรือนานกว่านั้น
ส่วนใหญ่คนที่นี่จะเช่าอพาร์ทเม้น หรือ คอนโด สัญญาเช่า 1 ปี เริ่มต้นที่ต้นเดือนกันยายนของทุกปี จบที่สิ้นเดือนสิงหาปีต่อไป

ทำไมเบสท์ไม่ทำแบบคนปกติ?
เพราะเซ็นสัญญาไม่ทัน มัวแต่โลเล เรื่องมาก จนบ้านดีๆ หลุดลอยไป! และด้วยความที่เราไม่รู้มาตรฐานว่า ราคาเช่าเท่านี้ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพของบ้านรึยัง เลยต้อง.. เจ็บใจมาก!


วันนี้เบสท์เลยอยากมาตีแผ่เรื่องค่าเช่าบ้าน ในราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพระดับต่างๆนะคะ ...อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเบสท์ล้วนๆนะ (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ราคาเท่าไรถึงจะคุ้มค่า?

ระดับปานกลาง: ราคา $600-700/เดือน รวมค่าน้ำไฟเน็ตทุกอย่างแล้ว ใกล้รถไฟหรือบัส แต่ไม่ต้องอยู่ในเมืองก็ได้ สภาพก็พอรับได้ คือเป็นบ้านเก่าร้อยปีที่ยังไม่เคยบูรณะ สะอาดหรือสกปรกขึ้นกับคนอยู่นะ มีห้องนอนส่วนตัว ห้องน้ำใช้รวมกัน เช่น ห้องนอน 5 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง

ระดับถูกมากๆ: ราคา $300-350/เดือน เงื่อนไขเหมือนข้างบน แต่ต้องแชร์ห้องนอนกับคนอื่นด้วย บางบ้านมี ห้องนอน 5 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง แต่มีคนอยู่ 8 คน!

ระดับพรีเมี่ยม: ราคา $1100-1400/เดือน รวมค่าทุกอย่าง มีห้องนอนส่วนตัว ส่วนใหญ่ห้องน้ำส่วนตัว บางที่บูรณะแล้ว ข้างในก็จะเป็นเหมือนคอนโดสร้างใหม่ในไทยเลย แต่ด้านนอกจะเป็นตึกคลาสสิคเหมือนเดิม เพราะที่นี่เขารักษาธีมเมืองเก่าไว้ ราคานี้อาจได้ทั้งที่เป็นห้อง studio หรือ 1 ห้องนอนขึ้นไปต่อคนนะคะ

ระดับหรูหรา: ราคามากกว่า $2000/เดือน รวมค่าทุกอย่าง มีระบบรักษาความปลอดภัย บางที่มีแม่บ้านทำความสะอาดด้วย อยู่ในย่านคนรวยกลางเมือง มีห้องน้ำห้องนอนส่วนตัว คุณภาพโรงแรมห้าดาวเลย ส่วนใหญ่จะบูรณะใหม่ทั้งตึก ราคานี้อาจได้ทั้งที่เป็นห้อง studio หรือ 1 ห้องนอนขึ้นไปต่อคนนะคะ

ราคาในทุกระดับคุณภาพข้างบนนี้ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับย่านหรือเขตที่อยู่ด้วย ถ้าอยู่ในหรือใกล้ตัวเมืองก็แพง ถ้าอยู่ห่างไกลความเจริญหน่อยก็ถูก 


ถ้าให้แนะนำว่าอยู่แบบไหนดี? 

- สำหรับคนที่โอเคกับการเดินทางไกลก็อยู่แบบถูกแต่ดีนอกเมืองจะดีกว่า เพราะประหยัดเงินไปได้เยอะเลย แต่ก็ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางตอนกลางคืนด้วย (ทุกที่มีอันตรายหมด ไม่ว่าประเทศนั้นจะเจริญแค่ไหนก็ตาม)
- สำหรับคนที่ไม่ชอบเสียเวลาเดินทาง (เหมือนเบสท์) ก็ต้องยอมเสียแพงหน่อย แลกกับเวลาอันมีค่าของเราน่ะเนาะ แล้วเบสท์ต้องทำงานร้านอาหารจนดึกด้วย เลยต้องคำนึงความปลอดภัยและเวลาพักผ่อน เพราะเบสท์ต้องเรียนเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ ทำงานทุกวันด้วย เลยต้องประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุด

บ้านแรกของเบสท์!

บ้านโฮสชาวอเมริกัน
อยู่ในเขต Medford ถือว่าไกลมากจากโรงเรียน เบสท์ใช้ชีวิตอยู่ในสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไป-กลับ บ้านกับโรงเรียน 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ทรหดมาก เลยต้องนั่งทำการบ้านอ่านหนังสือบนรถไฟ แต่อยู่แค่ 2 เดือนก็ย้ายออก เพราะจะเริ่มทำงานเก็บเงินที่ร้านอาหารในตัวเมือง

ชีวิตตอนอยู่กับเขาดีมากๆนะ เพราะเขาดูแลเราดีเหมือนเราเป็นสมาชิกครอบครัวคนนึง ครอบครัวเขาก็น่ารักมีกัน 4 คน พ่อแม่ลูกสาวสอง อายุ 3 กับ 6 ขวบ เลยได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว ที่บ้านนี้ชอบทำงานฝีมือ อย่างวันสำคัญๆ ก็จะทำของน่ารักๆ ให้กัน เช่น ตอนที่เขาไปรับที่สนามบิน ก็ทำป้ายต้อนรับพี่เบสท์ให้ด้วย ปลื้ม~
แล้วสุขภาพเบสท์ตอนนั้นก็ดีมากๆ เพราะเขาเข้านอนกันเร็ว ประมาณห้าทุ่มก็นอนแล้ว ตื่นเช้าหกครึ่งทุกวันไปเรียน กินอาหารเพื่อสุขภาพทุกวันด้วย ทุกอย่างต้อง.. ออแกนิค

คุณภาพห้อง: ห้องน้ำ ห้องนอน เล็กแต่.. สะอาด สะดวก สบาย 
ราคา: ปกติอยู่กับโฮสจะประมาณ $1200-1300/เดือน รวมค่าน้ำไฟ ฮีตเตอร์ ซักผ้า อาหารเช้า-เย็น (กลางวันหากินเอง) แต่พอดีครอบครัวรู้จักกันเลยจ่ายแค่ $600
ใครที่มาต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งแรก และต้องการเวลาปรับตัว ทั้งเรื่องวัฒนธรรมและภาษา แนะนำให้อยู่กับโฮสช่วงแรกก่อน แล้วค่อยซ่าออกมาเผชิญโลกเอง!

บ้านที่สอง


อพาร์ทเม้นระดับกลาง
อยู่ในเขต brigton ตอนที่ได้บ้านนี้คือโชคดี เจ้าของเก่าเป็นนักเรียนโรงเรียน BIA เหมือนกัน แล้วเขาจะย้ายออกพอดีเพราะเข้ามหาลัยได้ เลยจะย้ายบ้าน แล้วเขาหาคนมาอยู่แทนในช่วง มิถุนา ถึง สิงหา ทางสตาฟ BIA รู้ว่าเรากำลังหาบ้านจะย้ายออกจากโฮสพอดี เบสท์เลยเสียบแทนได้เลย

ข้อดีคือ สะดวก อยู่ตรงข้ามโรงเรียนเลย ข้ามถนนมา 1 นาทีก็ถึง แล้วยังใกล้รถไฟด้วย เดิน 2 นาทีถึง แล้วก็ยังอยู่ใกล้กับ Whole foods Market เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของที่นี่ด้วย อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารที่ทำงาน เดินทางไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านแล้ว
ข้อเสียคือ ตึกเก่ามาก โทรม ห้องน้ำก็ไม่ไหว (สำหรับเบสท์) เบสท์ให้ความสำคัญกับห้องน้ำเป็นอันดับหนึ่ง ห้องน้ำไม่ผ่านจริงๆ มันมีคราบดำฝังแน่นตรงกระเบื้อง กลิ่นก็เหม็นๆ เก่าๆ คิดสภาพบ้านที่อยู่มาเป็นร้อยปี แล้วยังไม่เคยบูรณะ.. แต่ก็ทนอยู่มา 3 เดือน แล้วก็ย้ายออก เพราะหมดสัญญาเดือนสิงหาพอดี

คุณภาพห้อง: ห้องนอนใช้ได้เลย แต่ห้องน้ำไม่ไหวจริงๆ
ราคา: $1000/เดือน/2คน ได้ราคานี้เพราะโรงเรียนเส้นให้ ฮ่าๆ

บ้านที่สาม

อพาร์ทเม้นระดับพรีเมี่ยม
ในยูนิตนั้นมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สะอาด สะดวก สบาย ห้องนอนส่วนตัว แต่ห้องน้ำไม่ส่วนตัว
จริงๆ ที่นี่ไม่ถือว่าเป็นบ้านก็ได้ เรียกว่าไปอาศัยเขาอยู่จะดีกว่า เพราะตอนนั้นเจ้าของบ้านเก่า ของบ้านหลังที่สอง กลับมาขนของออกประมาณ 10 วัน เลยต้องหาที่อยู่ระยะหนึ่ง สตาฟโรงเรียนก็ใจดีมาก บอกให้เราไปอยู่กับเขาช่วงนั้น และช่วงเวลานั้นเราก็แสนจะมีความสุขเลย ไปกินข้าวเดินเล่นตามประสาสาวๆ กันด้วย แล้วยังสอนภาษาเกาหลีให้อีกแน่ะ สตาฟ BIA คนนี้เป็นสาวเกาหลีนะ น่ารัก><

คุณภาพห้อง: เขารักษาความสะอาดดีมาก จากที่คาดการณ์ เขาน่าจะเปลี่ยนพื้นห้องทั้งหมด รวมถึงกระเบื้องห้องน้ำ ทาสีห้องใหม่ ประดับตกแต่งห้องให้ดูมีชีวิตชีวา เช่น มีแจกันดอกไม้บนโต๊ะอาหาร ติดรูปภาพบนผนัง
ราคา: $1000/เดือน แต่เราไปแชร์ห้องกับเขา 10 วัน เลยจ่ายแค่ร้อยกว่าดอลล่า

มาดูบ้านปัจจุบันของเบสท์กัน!

คอนโดระดับพรีเมี่ยม

อยู่ในเขต Brookline ย่านที่น่าอยู่ที่สุดในบอสตันเลยก็ว่าได้ และราคาก็ขึ้นชื่อว่าแพงมากๆ ด้านในบูรณะใหม่เป็นแบบโมเดิล ส่วนด้านนอกคงเอกลักษณ์ความคลาสสิคของเมืองไว้ ในยูนิตมีห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 3 ห้อง มีทีวีจอใหญ่ไว้เปิดหนังดูวันหยุดได้อีก ครัวก็เป็นระเบียบสะอาด

คุณภาพห้อง: ห้องน้ำหรูเลิศ สะอาดสะอ้าน สวยงาม ฟรุ้งฟริ้ง พึ่ง renovate ใหม่ด้วย ขอเอารูปมาอวดเล็กน้อย ฮ่าๆ เบสท์มีห้องนอนและห้องน้ำส่วนตัว
ราคา: $1000/เดือน รวมค่าน้ำไฟ ฮีตเตอร์ มีเครื่องซักผ้าในห้องน้ำของเบสท์ สะดวกที่สุด! ถือว่าถูกมากๆ ที่ได้ราคานี้เพราะคุณแม่เบสท์รู้จักกันกับครอบครัวเจ้าของบ้าน ถ้าถามว่าจริงๆ ราคาเท่าไร.. $1500 ขึ้นไปค่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดห้องด้วย


http://boston.craigslist.org/search/roo <<-- ลิงก์หาบ้าน แบบหาห้องแชร์ยูนิตกันกับคนอื่น จะมีคนมาโพสเรื่อยๆว่าบ้านว่างห้องนึง เราหารูมเมทอยู่นะ แล้วเขาก็จะแนะนำตัวเล็กๆ แล้วบางคนก็จะรีเควสลักษณะของรูมเมทที่ต้องการด้วย นอกจากนี้ บางทีก็เป็นนายหน้ามาโพส

ถามว่าหาบ้านจากเว็บไว้ใจได้มั้ย? 
เบสท์ว่าได้ค่ะ เพราะคนทั่วไปก็หาบ้านจากใน craigslist นี่แหละ รวมถึงเบสท์ด้วย เราต้องส่งอีเมล หรือ text ไปแจ้งความจำนงกับเขา แนะนำตัวคร่าวๆ ถ้าเขาสนใจก็จะติดต่อกลับมาให้เราไปดูบ้าน

Wednesday, November 12, 2014

บทนำ

สวัสดีคนที่เข้ามาอ่านทุกคนนะคะ:)

เบสท์ตั้งใจเขียนสิ่งนี้ขึ้นมา เพราะอยากจะแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา (หรือที่รู้จักกันว่า บอสตัน) เบสท์อยู่มา 7 เดือนแล้ว ชีวิตก็ไม่ได้ง่ายและยากอย่างที่คิด!

สรุปมันง่ายหรือยากกันแน่?
มันคละเคล้ากันไปนะ แล้วแต่เรื่อง ซึ่งเบสท์จะค่อยๆ เล่าไปทีละอย่างนะ

เบสท์มาทำอะไรที่นี่?
มาพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษค่ะ ฮ่าๆ เริ่มด้วยการเรียนในโรงเรียนสอนภาษาที่นี่ 8 เดือน และจะต่อโทปีหน้าในมหาลัยสักแห่งในบอสตัน ซึ่งมีมหาลัยให้เลือกเยอะมากๆ แต่จะเข้าได้ไม่ได้อีกเรื่องนะ :P

หนังสือที่ต้องใช้เรียนทั้ง ESL กับ Toefl

ทำไมถึงเลือกมาบอสตัน?
1) สภาพแวดล้อมเป็นใจให้เรียน เบสท์เชื่อว่า บอสตันจะสร้างกำลังใจในการเรียนให้เบสท์ได้มาก เพราะมีมหาลัยระดับโลกอย่าง Harvard, MIT, BU, BC, Berklee, Northeastern และที่สำคัญ บอสตันขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษาของอเมริกา คนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา หรือคนที่มุ่งมั่นเรียนหนังสือเพื่ออนาคต
2) ที่นี่เป็นเมืองที่สงบ ปลอดภัย เพราะคนส่วนใหญ่ก็เป็นหนอนหนังสือกัน แล้วเบสท์มาอยู่ตัวคนเดียวไกลบ้าน ก็ต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก
3) มีคนรู้จักที่นี่ เป็นเพื่อนของครอบครัวฝ่ายแม่ ที่บ้านเลยอนุญาติให้มาบอสตันได้
4) โรงเรียน BIA หรือ Boston International Academy เป็นโรงเรียนสอนภาษาที่เบสท์เลือก เพราะตรงสเปคเบสท์มากที่สุด และตั้งอยู่ในบอสตันด้วย

BIA ตรงสเปคยังไง?
1) ปลอดคนไทย ฮ่าๆ เบสท์คิดว่าถ้ามาถึงบอสตันแล้ว ยังต้องพูดภาษาไทยอยู่ ก็เรียนที่ไทยดีกว่า
2) ชอบบรรยากาศโรงเรียน เล็กๆ อบอุ่น เป็นกันเอง (แอบเรียกว่า "โรงเรียนแฮร์รี่" เพราะตึกได้อารมณ์มาก)
3) นักเรียนต่อห้องน้อยกว่าที่อื่น ประมาณ 8 คนต่อห้อง บางทีก็ 4 คน แต่ไม่เคยเกิน 12 คน
4) อาจารย์เจ้าของภาษา ดูใจดี น่ารัก
5) ราคาไม่แพงมาก แต่คุณภาพดี
6) อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เดิน 1-2 นาทีถึง
7) Northeastern University เป็นพาร์ทเนอร์กับโรงเรียน!
8) นักเรียนที่นี่ดูมีความสุขดี เบสท์ไปส่องยูทูปกับเว็บไซต์เขามา
9) โรงเรียนดูมีมาตรฐาน เชื่อถือได้ พี่ที่เคยมาก็แนะนำมาอีกทีว่าดี

ด้านข้างโรงเรียน (อารมณ์แฮร์รี่มั้ย ฮ่าๆ)